คู่มือตัดต่อ #1 ความรู้เบื้องต้นของการตัดต่อวิดีโอ



คู่มือตัดต่อ #1 ความรู้เบื้องต้นของการตัดต่อวิดีโอ ยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวเข้ามามาบทบาทในชีวิตของเรามากขึ้นนี้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงในหลายสิ่งหลายอย่าง ด้านการเรียนการสอนก็เช่นเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ด้วยการเริ่มมีการเรียนการสอน แบบออนไลน์ ใครก็สามารถเรียนได้ อยากมีความรู้เรื่องใด ก็แค่ค้นหาในกูเกิล

ในการสร้างวิดีโอการสอนแบบออนไลน์ การนำเสนองานด้วยวิดีโอ หรือแม้กระทั่งการทำวิดีโอต่าง ๆ บน Youtube จำเป็นที่จะต้องมีการตัดต่อคลิปวิดีโอ ใส่เสียงประกอบ เอฟเฟค กราฟิกต่าง ๆ ที่น่าสนใจ หรือแม้กระทั่งซับไตเติล หากไม่มีการตัดต่อแล้ว วิดีโอเหล่านั้นก็จะเป็นเพียงวิดีโอธรรมดา ที่ดูแล้วไม่มีความน่าสนใจใด ๆ เลย

ผมจึงจัดทำ คู่มือตัดต่อ และอัดเป็นวิดีโอสอน เพื่อให้ทุกคนสามารถทำตาม และเรียนรู้ในเรื่องการตัดต่อ ตั้งแต่ 0 จนถึงระดับที่ชำนาญได้เลย

ความหมาย

การตัดต่อ คือ การนำภาพ หรือวิดีโอ มาเรียงต่อกันตามโครงเรื่อง ผ่านทางโปรแกรมตัดต่อวิดีโอต่าง ๆ จากนั้นเทคนิคการตัดต่อทำให้ภาพและเสียง มีความต่อเนื่องสัมพันธ์กัน และนำเสนอออกมาในรูปแบบที่ต้องการอย่างสมบูรณ์

ความสำคัญ

  • เป็นการสร้างเรื่องราวที่มีความน่าสนใจ
  • เพิ่มความน่าสนใจในการนำเสนอ
  • เป็นการแก้ไขจุดบกพร่องจากการถ่ายทำ

ขั้นตอนการตัดต่อวิดีโอ

  1. การวางโครงเรื่อง ขั้นตอนแรกในการทำงานจำเป็นจะต้องมีการวางโครงเรื่อง หรืออาจเรียกอีกชื่อว่าเป็นการเขียน Story Board โดยการที่จะวางโครงเรื่องได้นั้น เราจำเป็นจะต้องรู้ก่อนว่า งานที่เราตั้งใจจะทำนั้น เกี่ยวกับเรื่องใด อยากนำเสนอสิ่งใด อาจจะวางแผนโดยการเขียนไว้คร่าว ๆ ก่อนว่าฉากแต่ละฉากมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ใส่วิดีโอ ภาพ เสียงแบบใด
  2. การเตรียมไฟล์ ไฟล์ในที่นี้ คือ ไฟล์ต่าง ๆ ที่เราจะต้องใช้ในการตัดต่อตามที่เราคิดไว้ในการวางโครงเรื่อง เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง เป็นต้น โดยเราอาจสร้างขึ้นมาเองด้วยการถ่ายทำเอง หรืออาจหามากจากในอินเทอร์เน็ตก็ได้ ข้อควรระวังคือ การหาไฟล์มาจากอินเทอร์เน็ต ควรคำนึงถึงเรื่องลิขสิทธิ์ของไฟล์นั้น ๆ ด้วย แต่หากใช้ในด้านการศึกษา ไม่ได้ใช้ในการสร้างรายได้ ก็สามารถนำใช้งานได้
  3. การตัดต่อ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด นั่นคือ การลงมือตัดต่อวิดีโอ เราจำเป็นที่จะต้องใช้เทคนิคต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้งานออกมาตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้
  4. การตรวจสอบ เมื่อทำการตัดต่อเสร็จแล้ว เราควรจะต้องตรวจสอบคุณภาพของงานให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีข้อบกพร่องที่ใด ข้อบกพร้องที่พบง่าย คือ เรื่องของตัวอักษรในวิดีโอที่อาจจะมีการพิมพ์ตกหล่นได้
  5. การแปลงไฟล์ ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว คือการแปลงไฟล์จากไฟล์ของโปรแกรมตัดต่อวิดีโอนั้น ๆ ให้กลายเป็นไฟล์วิดีโอที่สามารถใช้งานได้ทั่วไป เพื่อนำผลงานไปใช้งานต่อไป

อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดต่อวีดีโอ

  1. เครื่องคอมพิวเตอร์(Computer) อุปกรณ์อย่างแรกที่จำเป็นก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ในการตัดต่อ อาจเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) หรือเป็นโน๊ตบุ๊ค ก็ได้เช่นกัน โดยสเปคของเครื่องต้องเป็นไปตามความต้องการที่โปรแกรมตัดต่อที่เราใช้งานกำหนดไว้
  2. โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ(Video Editor) เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดต่อ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอก็มีมากหมายหลากหลายโปรแกรมที่สามารถเลือกใช้งานได้ โดยโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูงส่วนมากมักจะเป็นโปรแกรมที่จะต้องเสียเงินซื้อมาใช้งาน แต่โปรแกรมที่เปิดให้ใช้ฟรี ก็มีเช่นกัน โดยโปรแกรมที่แนะนำในการใช้งานในที่นี้จะขอแนะนำเป็น DaVinci Resolve ซึ่งอธิบายในบทถัดไป
  3. กล้อง(Camera)  ในการตัดต่อวิดีโอก็จำเป็นจะต้องมีไฟล์วิดีโอ และไฟล์ภาพ ซึ่งเราก็จะต้องทำการถ่ายทำมาก่อน ผ่านกล่องถ่ายวิดีโอ หรือกล้องถ่ายภาพ โดยคุณภาพวิดีโอจากกล้องมีความสำคัญอย่างมากต่อผลงานที่ผ่านการตัดต่อออกมา หากถ่ายทำดี มีความคมชัด จัดองค์ประกอบภาพได้ดี ก็จะทำให้ตัดต่อง่าย ผลงานมีความคมชัด ดูโดดเด่น
  4. โทรศัพท์มือถือ(Smartphone) โทรศัพท์มือถือเป็นตัวเลือกหนึ่งในการถ่ายทำ หากไม่มีกล้องก็สามารถที่จะใช้กล้องจากมือถือถ่ายทำแทนได้ แต่ก็ควรจะเป็นมือถือที่มีคุณภาพกล้องที่ดีระดับหนึ่ง และหากมีฟังก์ชันเสริมที่ช่วยในการถ่ายทำวิดีโอ เช่น การกันสั่น การจับโฟกัสเร็ว ก็จะเป็นประโยชน์ได้มาก
  5. ไมค์โครโฟน(Microphone) หากในงานของเรามีการใช้งานด้านเสียง ไมค์โครโฟนก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่สำคัญ การมีไมค์โครโฟนทำให้สามารถบันทึกเสียงได้ดียิ่งขึ้น โดยตัวไมค์โครโฟนเองก็มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งไมค์แบบทั่วไป ไมค์ขนาดเล็กที่สามารถติดปกเสื้อได้ และไมค์ไร้สาย เป็นต้น ก่อนเลือกซื้อควรคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของเราว่าใช้งานแบบไหน รูปแบบการเชื่อมต่อใช้งานกับกล้อง หรือโทรศัพท์ของเราได้หรือไม่

ความละเอียดของวิดีโอ

หลายคนอาจเคยเห็น หรือได้ยินคำว่า 4k, 1080p, 720p, 480p ค่าเหล่านี้เราเรียกว่า “ค่าความละเอียดของวิดีโอ” หรือ “Resolution” เป็นตัวเลขที่แสดงจำนวนพิกเซลบนหน้าจอ(Pixel) ยิ่งตัวเลขเยอะ พิกเซลยิ่งเยอะ ยิ่งมีความคมชัดสูง เช่น 1080p คือ 1920 x 1080 พิกเซล มีพิกเซลทั้งหมด 2,073,600 พิกเซลนั่นเอง

อัตราส่วนวิดีโอ

วิดีโอแต่ละวิดีโอจะมีขนาดอัตราส่วนที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าจากกล้องที่ถ่ายทำมา หรือจากการตั้งค่าในโปรแกรมตัดต่อ การเลือกอัตราส่วนวิดีโอก็จะขึ้นอยู่กับแฟลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เราจะไปเผยแพร่ เช่น Facebook Youtube เป็นต้น ซึ่งปกติที่เป็นมาตรฐานจะเป็นวิดีโออัตราส่วนที่ 16:9 สามารถลงได้ทุกแฟลตฟอร์ม แต่หากลงในแฟลตฟอร์มที่มีขนาดวิดีโอที่กำหนดเป็นพิเศษเช่น Facebook ที่อัตราส่วนวิดีโอควรเป็น 1:1 ก็ควรใช้ขนาดที่เหมาะกับแฟลตฟอร์มนั้น ๆ

ติดตามโพสอื่น ๆ ได้ ที่นี่