วิธีการส่งไปรษณีย์ กับไปรษณีย์ไทย

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ผมได้มีโอกาสไปส่งเอกสารทางไปรษณีย์ ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกด้วย สำหรับการใช้งานไปรษณีย์ของผม หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้ยากเย็นอะไรแค่ วิธีการส่งไปรษณีย์ แต่ผมมองว่าสำหรับคนที่ไม่รู้จริง ๆ ไม่เคยทำเรื่องนั้นเลย ไม่ว่าเรื่องอะไรเราก็จะมีความกลัวในใจกันทั้งนั้น

ยกตัวอย่างจากผมเอง ถ้าที่ไหนผมไม่เคยไป อะไรที่ผมไม่เคยทำ ผมก็จะกลัว ๆ ว่าเราจะไปยังไง จะทำได้ไหม แล้วผมก็มักที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองเสมอก่อนจะทำสิ่งไหน ด้วยการศึกษาข้อมูลสิ่งนั้นก่อนจากการหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ฉะนั้นผมเลยคิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าได้มาแบ่งปันประสบการณ์การทำสิ่งต่าง ๆ ลงบนโลกอินเทอร์เน็ต ให้คนที่ไม่เคยทำ ได้ศึกษาเป็นแนวทางก่อนทำจริง ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็ก หรือใหญ่ก็ตาม

การส่งไปรษณีย์ สมัยก่อนเป็นอะไรที่ฮอตฮิตมาก สมัยพ่อแม่ผมคือเขียนจดหมายหากันเยอะมาก เคยไปค้นของเก่าดู เคยเจอจดหมายเป็นปึก พี่เขียนหาน้อง เขียนหาญาติ เขียนหาเพื่อน คือเยอะจริง ๆ แต่สมัยนี้ไม่ค่อยเห็นการเขียนแบบนั้นแล้ว จะเป็นการส่งข้อความหากันด้วยอินเทอร์เน็ตมากกว่า

ไปรษณีย์ไทยก็เลยซบเซาลงไปบ้าง แต่เขาก็ยังไม่ได้เจ๊งหรอกครับ เพราะเขาก็ยังมีบริการอื่น ๆ ที่คนใช้กันเยอะมาก ๆ อยู่ เช่น ส่งพัสดุ ส่งเอกสาร เป็นต้น วันที่ผมไปส่งเอกสารคือคนเยอะมากครับ เต็มไปรษณีย์เลย ขนาดผมเลือกไปช่วงเช้า ๆ ผู้คนมีทั้งมาส่งพัสดุ ส่งเอกสาร ส่งผลไม้เป็นเข่ง ๆ ก็ยังมี

วิธีการส่งไปรษณีย์ ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากมายนัก สำหรับคนที่ทำเป็นครั้งแรกก็อาจจะมีตื่นเต้นบ้าง ผมเลยสรุปวิธีส่งไปรษณีย์ไล่เรียงมาเป็นข้อ ๆ ให้ครับ มาดูกันเลย

เตรียมของที่จะส่ง

ไม่ว่าเป็นเอกสาร หรือพัสดุ ควรเตรียมพร้อมทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะนำไปส่ง ทำการเขียนที่อยู่ จ่าหน้าซอง ให้เรียบร้อย ชัดเจน และถูกต้อง หรือจะพิมพ์แปะก็ได้เช่นกัน หรือหากใครไม่มีกล่องพัสดุ ไม่มีซองใส่เอกสาร ที่ไปรษณีย์ไทยเขาก็มีไว้บริการเราเช่นกัน สามารถซื้อแล้วเขียนจ่าหน้าซองที่ไปรษณีย์ไทยได้เลย

กดบัตรคิว

ตอนที่ผมไปครั้งแรกก็งง ๆ เหมือนกันว่าต้องทำยังไงก่อน ยืนงง ๆ อยู่พักนึงเหมือนกัน จนเห็นมีคนไปกดบัตรคิวที่ตู้กดบัตรคิว ผมถึงอ๋อ! ตอนแรกเราก็ไม่ได้สังเกตเหมือนกันว่ามีตู้กดบัตรคิว เพราะคนเยอะ

หลังจากกดบัตรคิวมาได้เรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้บัตรคิวเป็นกระดาษรูปร่างหน้าตาแบบภาพด้านล่างนี้เลย จากนั้นก็รอจนกว่าจะมีเสียงเรียกคิวเรา ตอนที่ผมไปผมรอประมาณ 5 คิวได้ก่อนที่จะถึงคิวผม ทำให้ผมก็ยินรอไปสักพักหนึ่ง เนื่องจากที่นั่งมีไม่เยอะมาก และคนก็เยอะด้วย

ส่งไปรษณีย์

เมื่อถึงคิวเราเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เราเดินไปในช่องบริการตามที่เจ้าหน้าที่บอกไว้ เช่น ขอเชิญหมายเลข 43 ที่ช่องบริการ 2 ค่ะ ก็ให้เราเดินไปที่ช่องบริการที่ 2 สังเกตจากมีหมายเลข

เมื่อมาถึงที่ช่องบริการก็ให้เรานำของของเรายื่นให้พนักงาน ถ้าหากของใครเป็นพัสดุก็ต้องทำการชั่งน้ำหนักก่อนว่าน้ำหนักเท่าไหร่ เพราะอัตราค่าส่งจะคิดกับน้ำหนักของพัสดุด้วย แต่หากน้ำหนักเกินก็จะไม่สามารถส่งได้

วันที่ผมไปส่งมีกรณีที่น้ำหนักเกินเหมือนกัน เป็นคุณป้าจะส่งผลไม้ ป้าแกก็แพ็คใส่เข่งมาอย่างดี 2 เข่ง แต่พอได้ชั่งปุ๊บ พนักงานบอกว่า “น้ำหนักเกิน 20 กิโลกรัมส่งไม่ได้นะคะ” ซึ่งน้ำหนักของของป้าที่เค้าจะส่งมันดันเป็น 20.1 กิโลกรัม แค่เกินมา 1 กิโลกรัมก็ไม่สามารถส่งได้แล้ว ต้องแก้ด้วยการแบ่งไปใส่อีกเข่งหนึ่ง

หากใครอยากรู้อัตราค่าบริการเรื่องน้ำหนักพัสดุ ก็ไปเช็คที่เว็บไซต์ของ ไปรษณีย์ไทย ก่อนจะส่งได้ ขอแอบชมนิดนึงว่าเว็บไซต์เค้าทำมาดี ไม่เหมือนเว็บของราชการอื่น ๆ สีสันสวยงาม UI ใช้งานง่าย มีฟังก์ชันแบบปรับขนาดอักษรที่เหมาะกับคนสายตาไม่ดีมาก ถ้าอยากเปลี่ยนภาษาก็ทำได้ คือ เค้าทำมาดีอะ

นอกเรื่องซะไกล มาต่อกันครับ หลังจากที่เราชั่งน้ำหนักพัสดุเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะขอบัตรประชาชนเรา ให้เราเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนให้พร้อมก่อนถึงคิวเลยนะครับ เค้าจะขอดูทุกครั้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะบอกอัตราค่าบริการกับเราว่าทั้งหมดกี่บาท เราก็จ่ายเงินให้เรียบร้อย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะคืนบัตรประชาชนเรามา พร้อมกับใบเสร็จ และเงินทอน

ตรวจสอบสถานะ

หลังจากที่เราส่งของไปเรียบร้อยแล้ว ก็คงเกิดความสงสัยบ้างแหระว่าของถึงไหนแล้ว ไปถึงหรือยังนะ เกินปัญหาอะไรหรือเปล่า ทางไปรษณีย์ไทยเขาก็มีบริการการติดตามสถานะสิ่งของให้เรา ด้วยการเข้าไปที่ https://track.thailandpost.co.th/ หน้าตาเว็บไซต์จะเป็นแบบภาพด้านล่างนี้

ให้เรานำเลขพัสดุจากในใบเสร็จ(กรอบสีฟ้า) มากรอกลงในเว็บไซต์ เท่านี้ก็สามารถตรวจสอบสถานะได้แล้ว ว่าของถึงไหนแล้ว มีคนรับหรือยัง ใครเป็นคนรับของ

การส่งไปรษณีย์ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ แต่ถ้าคิวยาวนี่ก็เบื่อเหมือนกันนะ ฮ่าาา สำหรับใครสนใจอยากศึกษาเพิ่มเติมก็เข้าไปดูได้เลยที่เว็บไซต์ทางการของ ไปรษณีย์ไทย ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมไม่ได้บอก หรือข้อมูลผมอาจจะผิด ก็ให้ลองไปศึกษาเพิ่มที่เว็บไซต์ทางการได้นะครับ

ติดตามบทความอื่น ๆ ได้ ที่นี่