การ อ่านค่ารหัส CPU Intel Core i ไม่ยากอย่างที่คิด

อ่านค่ารหัส CPU Intel สำหรับคนหลายคนที่ไม่เคยได้ศึกษาเรื่องนี้ อาจคิดว่าเป็นสิ่งที่ยาก และไม่อยากจะทำความเข้าใจ เวลาซื้อคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คก็แค่ไปถามพนักงานขาย ให้พนักงานขายช่วยเลือกให้ ไม่ได้ยากเย็นอะไร

จะดีกว่าหรือเปล่าหากเราได้รู้จักค่าต่าง ๆ ใน CPU เพื่อนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจ เลือก CPU ที่เหมาะกับเราที่สุด และคุ้มค่าที่สุด ให้เราได้ประหยัดเงินในกระเป๋า แถมยังได้ CPU ที่มีประสิทธิภาพตรงใจเราอีกด้วย

เราจะขอยกตัวอย่างของ CPU มาหนึ่งตัว

cpu-number
CPU Intel Core i9 9900 k

เราจะมาอ่านความหมายของรหัส CPU ตัวนี้ โดยเราจะมาดูค่าของรหัสแต่ละตัว

1. ชื่อยี่ห้อ

ตัวนี้แน่นอนอยู่แล้วว่าเป็น CPU ของ Intel คำขึ้นต้นตัวแรกของ CPU ก็จะเป็นชื่อของผู้ผลิตนั่นเอง

2. ชื่อรุ่น

ตัวที่สองนี้จะเป็นชื่อของรุ่นของ CPU ซึ่งทางฝั่ง Intel ก็มีรุ่นของ CPU ที่เป็นที่นิยม ดังตารางนี้เลย

Intel Celeronเหมาะกับการใช้งานในระดับต่ำ สมัยนี้ไม่ค่อยมีคนใช้แล้ว
Intel Pentiumเหมาะกับการทำงานเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง ทั่วไป ราคาประหยัด
Intel Coreเหมาะกับการเล่มเกม ตัดต่อวิดีโอ
Intel Atomเป็นรุ่นที่ใช้ในอุปกรณ์พกพา เช่น โน้ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต
Intel Xeonเป็นรุ่นที่ใช้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์

3. รหัสรุ่นของรุ่น Core i

CPU ของ Intel รุ่น Core i มีให้เราได้เลือกใช้งานอยู่หลายระดับ ยิ่งตัวเลขหลัง i มาก ก็หมายความว่ามีความแรงที่มาก โดยเราจะแบ่งตามระดับความแรงของตัว CPU ดังนี้เลย

Core i3เหมาะกับการทำงานเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกมกราฟิกต่ำ
Core i5เหมาะกับการเล่นเกม ตัดต่อวิดีโอ
Core i7เหมาะกับการเล่นเกมกราฟิกสูง ๆ ตัดต่อวิดีโอหนัก ๆ
Core i9เหมาะกับการทำงานทุกรูปแบบ เพราะเป็นรุ่นท็อปสุด และราคาแพงสุด ในรุ่น Core i

4. เลขบอกเจนเนอเรชั่น

ตัวเลข 9xxx จากเลขสี่ตัวหลังชื่อรุ่น เลขตัวแรกนี้เราเรียกว่าเป็น เลขบอกเจนเนอเรชั่นของซีพียู เช่น 7xxx, 8xxx, 9xxx เป็นต้น ตัวอย่าง 9xxx ก็แปลว่าเป็น CPU เจนเนอเรชั่นที่ 9 และค่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นความแรงก็จะเพิ่มขึ้นตามด้วย โดยตัวเจอเรชั่นนี้จะมีความสัมพันธ์กับตัวของตัวเลขหลัง Core i คือ ถ้า Core i ต่ำกว่า แต่เจนเนอเรชั่นสูงกว่า ความแรงของ CPU ที่เจนเนอเรชั่นที่สูงกว่า เช่น Core i5 9xxx จะมีความแรงกว่า Core i7 8xxx เป็นต้น

5. เลข SKU

เลข SKU หรือ SKU Numeric Digit เป็นรหัสรุ่นย่อย ซึ่งยิ่งมีตัวเลขมากก็ยิ่งแรง เช่น i7-9850 แรงกว่า i7-9750 เป็นต้น

6. อักษรต่อท้าย

ตัวอักษรที่อยู่ต่อท้ายของ CPU เช่น i7 – 9850H, i5 – 8250U ตัวอักษร H, U เหล่านี้เราเรียกกันว่าเป็นอักษรต่อท้าย CPU ซึ่งความหมายของตัวอักษรแต่ละตัวจะบอกประเภทของ CPU ที่แตกต่างออกไป ดังตาราง

สำหรับเดสก์ท็อป

Tไลฟ์สไตล์ที่เน้นพลังประมวลผล
Sไลฟ์สไตล์ที่เน้นประสิทธิภาพ
Kปลดล็อคแล้ว หรือสามารถ Overclock ได้
Rโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปที่ใช้แพ็คเกจ BGA1364 (โมบายล์) ที่มีระบบกราฟิกประสิทธิภาพสูง
Cโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปแบบปลดล็อคที่ใช้แพ็คเกจ LGA 1150 ที่มีระบบกราฟิกประสิทธิภาพสูง
Yประหยัดพลังงานดีเยี่ยม
Uใช้พลังงานต่ำพิเศษ
Hระบบกราฟิกประสิทธิภาพสูง
HKปลดล็อคระบบกราฟฟิกประสิทธิภาพสูง
HQระบบกราฟิก Quad Core ประสิทธิภาพสูง
Fต้องใช้กราฟิกแบบแยก

สำหรับโน้ตบุ๊ค

Mอุปกรณ์มือถือ
MQควอดคอร์โมบายล์
QMควอดคอร์โมบายล์
MXMobile Extreme Edition
Uใช้พลังงานต่ำพิเศษ
Yประหยัดพลังงานดีเยี่ยม
Hระบบกราฟิกประสิทธิภาพสูง
HQระบบกราฟิก Quad Core ประสิทธิภาพสูง
HKปลดล็อคระบบกราฟฟิกประสิทธิภาพสูง
Gรวมกราฟิกแบบแยกในแพคเกจ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับการ อ่านค่ารหัส CPU Intel Core i ลองนำไปปรับใช้เวลาที่ต้องการเลือกซื้อ CPU ดูนะ เป็นประโยชน์มาก ๆ ได้ทั้ง CPU ที่เหมาะกับการใช้งานของเรา แถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าอีก เพราะถ้าเราเลือกรุ่นที่เหมาะกับเราได้ ก็ไม่จำเป็นต้องไปซื้อ CPU ในระดับที่ไม่จำเป็นต่อเรา เป็นการประหยัดไปอีก หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ https://www.thailand.intel.com/content/www/th/th/processors/processor-numbers.html

หรือติดตามโพสใหม่เกี่ยวกับสาระไอทีได้ ที่นี่ เลย