วิธีเปลี่ยน / อัพเกรดแรมโน๊ตบุ๊ค ทำเองได้ง่ายนิดเดียว

โน๊ตบุ๊ค เมื่อใช้งานไปนาน ๆ เข้าก็อาจจะเกิดปัญหาขัดใจเราบ้าง เช่น เครื่องช้าลง ใช้งานโปรแกรมหลายตัวพร้อมกันแล้วกระตุก แรมไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ฯ ถ้าปัญหาที่คุณเจอมีสาเหตุมาจากแรมที่น้อยนิดของเครื่อง ผมก็ขอแนะนำให้ทำการ อัพเกรดแรมโน๊ตบุ๊ค เลยครับ ทุกคนสามารถทำเองได้ไม่ยากเลย

บทความนี้ผมจะพาทุกคนมาทำการเปลี่ยน/อัพเกรดแรมของโน๊ตบุ๊คครับ หลายคนอาจกังวลว่าจะทำยากหรือเปล่า ทำแล้วจะใช้งานได้ไหม หรือเอาไปให้ร้านอัพเกรดให้ดี หากคุณไม่มั่นใจกลัวมาก ๆ ก็ให้ร้านทำให้ก็ได้ครับ สบายใจดี แต่ก็อาจจะเสียค่าแรงเพิ่มนิดหน่อย แต่หากเราทำเองได้ก็จะช่วยประหยัดไปได้นิดหน่อย และยังได้ประสบการณ์ด้วย

อัพเกรดแรมโน๊ตบุ๊ค หรือถ้าให้เรียกภาษาบ้านก็คือ เพิ่มแรม เป็นการซื้อแรมมาใส่เพิ่มให้โน๊ตบุ๊ค อาจใช้การเปลี่ยนแรมอันเก่าออกมาแล้วใส่เป็นแรมอันใหม่แทน เช่น จากแรม 4 GB เป็นแรม 8 GB

หรืออาจจะใช้วิธีการซื้อแรมอีกตัวมาใส่เพิ่มในกรณีที่โน๊ตบุ๊คมีช่องใส่แรม 2 ช่องก็ได้ เช่น ตอนแรกมีแรม 4 GB อยู่ 1 อันในช่องแรก ก็นำแรม 4 GB อีกอันมาใส่ในช่องที่ 2 ก็จะรวมเป็นแรม 8 GB เช่นกัน

การอัพเกรดแรมใช่ว่าจะซื้อแรมแบบไหนมาใส่โน๊ตบุ๊คเราก็ได้ เราจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงการใช้งาน ความคุ้มค่าในการอัพเกรดด้วย สิ่งแรกที่อยากให้นึกถึงเลยก็คือ การใช้งานแรมของเราเพียงพอหรือไม่ ถ้าใช้แค่ดูหนังฟังเพลงธรรมดา แรมซัก 8 ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องอัพเกรดเพิ่ม

แต่หากการใช้งานของเราจำเป็นต้องใช้แรมจำนวนมาก ๆ เช่น ใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอด้วยเปิดโปรแกรมแต่งรูป เปิดเว็บเบราเซอร์ไปด้วย ฯ อย่างนี้ก็ควรอัพเกรดเพิ่มครับ เพราะการใช้งานมันไม่เพียงพอจริง ๆ หากอยากศึกษาเพิ่มเติมว่าการอัพเกรดแรมแบบไหนไม่คุ้มค่าผมก็ได้ไปเจอบทความ 5 เหตุผลที่ไม่ควรอัพเกรดแรมในโน้ตบุ๊ค สามารถลองอ่านศึกษาเพิ่มเติมได้

เงื่อนไขในการเลือกซื้อแรมมาอัพเกรด

การจะอัพเกรดแรมเพิ่มนั้น เราจำเป็นที่ต้องศึกษาโน๊ตบุ๊คของเราก่อนว่าใส่แรมแบบใดได้ ใส่ได้สูงสุดเท่าไหร่ เครื่องเรามีสล็อตแรม 1 หรือ 2 สล็อต หากมี 1 ช่องก็คงต้องเปลี่ยนใหม่เลย แต่หากมี 2 ช่องก็สามารถซื้ออีกอันมาใส่เพิ่มได้ ถ้าให้ดีควรลองแกะแรมออกมาดูว่าเครื่องเราใส่แรมแบบใดจะได้นำไปเลือกซื้อได้ถูกต้อง เงื่อนไขในการเลือกซื้อแรมก็มีดังนี้

  • ความจุสูงสุดที่เครื่องรองรับ ตัวนี้ต้องลองศึกษาจากเว็บไซต์ของแบรนด์เครื่องเราว่าเครื่องรุ่นเรานี้สามารถรองรับแรมได้สูงสุดกี่ GB ควรซื้อให้พอดีนะครับ หากเครื่องรองรับแค่ 16 GB แล้วใส่ไป 32 GB มันก็เปล่าประโยชน์ครับ เครื่องอาจใช้ได้แค่ 16 GB หรือเปิดไม่ติดก็ได้ครับ
  • ความจุของ RAM อันนี้สำหรับเครื่องที่มี 2 สล็อตนะครับ ถ้าเป็นเครื่องสล็อตเดียวจะเปลี่ยนใส่ความจุดเท่าไหร่ก็ได้แค่ต้องไม่เกินที่เครื่องรองรับได้ แต่ถ้าหากเป็นแบบ 2 สล็อต แรมที่ใส่ทั้ง 2 สล็อตควรเป็นแรมที่มีความจุเท่ากันครับ เช่น ถ้าช่องแรกใส่แรม 8 GB ช่องที่สองก็ต้องใส่ 8 GB เท่ากับช่องแรก รวมเป็น 16 GB
  • Bus Speed ข้อนี้เหมือนข้อที่ 2 เลยครับ คือ แรมทั้ง 2 สล็อตต้องมี Bus Speed ที่เท่ากันทั้งคู่ เช่น ช่องแรกใส่แรม Bus Speed 2666 MHz ช่องที่สองก็ต้องใส่ 2666 MHz เท่ากัน
  • DDR ข้อนี้ก็เหมือน 2 ข้อที่ผ่านมาครับ ถ้าช่องแรกเป็นแรม DDR4 ช่องที่ 2 ก็ต้องเป็น DDR4 เช่นกัน

ตัวอย่างการเลือกซื้อ – โน๊ตบุ๊คผมใช้แรม ยี่ห้อ Hynix ความจุ 8GB DDR4 Bus 2666 MHz ถ้าผมจะซื้อแรมมาใส่เพิ่มอีกอันก็ต้องเลือกเป็นแรมที่มีความจุ 8GB DDR4 Bus 2666 MHz แต่จะเป็นยี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่ Hynix ก็ได้ใช้ได้หมด

การแกะแรมออก

การแกะแรมนี้ในจะใช้ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนจากแรมตัวเก่าเป็นแรมตัวใหม่นะครับ ถ้าเครื่องมี 2 สล็อตก็ไม่จำเป็นต้องแกะแรมออก สามารถนำแรมอันใหม่ใส่สล็อตที่ 2 ได้เลย ก่อนที่จะแกะแรมออกเราต้องศึกษาก่อนว่าเครื่องเราแรมอยู่ส่วนไหน ต้องแกะฝาหลังออกหรือเปล่า

อย่างเครื่องผมเป็น Acer nitro 5 an515-52 ตัวเครื่องออกแบบมาให้เวลาอัพเกรดแรมแค่ขันน็อตช่องเล็ก ๆ ออกแค่จุดเดียว แล้วแกะฝาปิดเล็ก ๆ ออกมา ก็จะอัพเกรดแรมได้แล้ว แต่หากเป็นเครื่องรุ่นอื่น ๆ อันนี้ก็ต้องลองไปศึกษานะครับว่าแรมอยู่ส่วนไหน บางเครื่องอาจต้องแกะทั้งฝาหลัง

เมื่อแกะฝาช่องใส่แรมออกมาได้ก็จะเจอกับแรมอยู่ภาย แรมคือแผ่นสี่เหลี่ยมสีเขียว ๆ ในวงครับ โน๊ตบุ๊คของผมจะมีสล็อตแรม 2 สล็อต ดูได้จากจะมีช่องยาว ๆ ให้ใส่แรมได้ 2 ช่อง ช่องแรกอยู่ด้านล่าง ใส่แรมตัวแรกอยู่ อีกช่องอยู่ด้านบนว่าง ๆ ดูแบบนี้อาจยังไม่ค่อยชัดเดี๋ยวดูต่อเรื่อย ๆ ครับ

สังเกตขอบด้านข้างของแรมทั้งสองฝั่งจะมีตัวล็อคคอยล็อคแรมไม่ให้หลุดอยู่ ให้เราเอานิ้วค่อย ๆ ง้างตัวล็อคทั้ง 2 ฝั่งออกมาด้านข้างช้า ๆ

ตัวแรมจะเด้งออกมาทำมุมเฉียง ๆ ประมาณ 45 องศาแบบในภาพ เราสามารถค่อย ๆ ดึงออกมาในแนวเฉียงได้เลย

แกะออกมาแล้วก็จะได้แรมแบบในภาพเลยครับ แรมโน๊ตบุ๊คจะมีความสั้นกว่าแรม PC เพราะประหยัดพื้นที่ในการใช้งานสำหรับโน๊ตบุ๊ค

การใส่แรม

หลังจากที่เรารู้จักการแกะแรมออกแแล้ว หัวข้อนี้เราจะมาใส่แรมกลับเข้าไปกันครับ ถอด ๆ ใส่ ๆ อยู่นี่แหละ ฮ่าาา แรมที่ผมจะนำมาอัพเกรดเพิ่มผมจะเป็นของ Kingston 8GB DDR4 Bus 2666 MHz ราคา 1290 บาท ซื้อมาจากร้าน JIB

การใส่แรมเราต้องดูให้ดีก่อนว่าใส่ถูกด้านไหม โดยสังเกตจากรอยบากของแรม หันรอยบากของแรมให้ใส่ตรงกับแง่งที่สล็อตแรม(ไม่แน่ใจเค้าเรียกอะไร พลาสติกที่ยื่นออกมาแบบนี้ เลยขอเรียกแง่งไว้ก่อน ฮ่าาา)

ข้อควรระวังในการใช้งานแรม – ไม่ควรให้ Pin ของแรมเสียหายหรือมีฝุ่นเกาะหนาเกินไป เพราะจะทำให้เครื่องตรวจจับแรมไม่ได้ เมื่อเครื่องตรวจจับแรมไม่ได้ BIOS จะไม่ยอมให้เปิดเครื่องได้เพราะแรมเป็นชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องที่ขาดไม่ได้ เราอาจเคยบางคนที่เอายางลบมาถูแรมเวลาเครื่องเปิดไม่ติด ที่ทำแบบนั้นก็เพื่อให้สิ่งสกปรกออกไปจาก Pin ของแรมนั่นเอง

นำแรมใส่ลงไปในสล็อตในแนวเฉียงประมาณ 45 องศา แรมจะเข้าร่องได้พอดี ในภาพด้านล่างที่ผมถ่ายก็ไม่ถูกเสียทีเดียว ในภาพผมยังใส่ลงไปไม่สุด ควรใส่ให้ลึกกว่านี้ จนรู้สึกว่าดันเข้าไม่ได้แล้ว หรือจนกว่าจะมองไม่เห็น Pin สีทอง

ถ้ามองมุมด้านข้างแรมจะอยู่แบบเฉียง 45 องศา แบบนี้เลยครับ

จากนั้นก็ใช้นิ้วค่อย ๆ กดแรมเข้าไปให้ลงพอดีช่อง ให้ตัวล็อคทั้ว 2 ฝั่งซ้ายและขวา ล็อคเข้ากับตัวแรมพอดีแบบนี้ครับ หากกดแรมแล้วแรมไม่ยอมลง แข็ง ๆ ให้ลองถอดแล้วใส่ใหม่ ดันแรมในแนวเฉียงให้ลึกกว่าตอนแรกครับ แล้วลองกดแรมดูใหม่ ไม่ได้จริง ๆ อย่าฝืนนะครับเดี๋ยวตัวล็อคจะหักแล้วจะยุ่ง ให้ลองถอดใส่ใหม่เรื่อย ๆ แทน

การตรวจสอบ

หลังจากใส่แรมเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ปิดฝาและขันน็อตกลับคืนให้เรียบร้อยครับ แล้วก็ให้ลองเปิดเครื่องดู หากเครื่องเปิดติดปกติก็แปลว่าใช้ได้ครับ ใส่ถูกต้อง ถ้าเครื่องเปิดไม่ติดและมีเสียงดังปิ๊บ ๆ ก็ให้สันนิษฐานว่าใส่แรมไม่แน่นพอ แรมหลวม ให้ลองถอดใส่ใหม่ดูครับ

วิธีเช็คว่าเพิ่มแรมสำเร็จหรือไม่ ให้คลิกขวาที่ This PC เลือก Properties และดูที่ Installed memory(RAM) ว่าเพิ่มขึ้นหรือเปล่า อย่างของผมตอนแรกเป็น 8 GB พอใส่เพิ่มแล้วเป็น 16 GB ก็แปลว่าสำเร็จครับ ใช้งานได้เลย

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่