ค่าพื้นฐานของกล้อง 3 ค่า ที่ช่างถ่ายภาพมือใหม่ต้องรู้ ก่อนเป็นมือโปร

การถ่ายภาพ ถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง หลายคนอาจจะบอกว่า ถ่ายยังไงก็ได้ ถ่ายมั่ว ๆ กดชัตเตอร์ไปก็ได้ภาพสวย ๆ เอง แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดครับ ในการถ่ายรูปให้ภาพออกมาดีได้นั้น จะต้องมีการจัดองค์ประกอบของภาพ การหามุม แสงเงา และจำเป็นที่จะต้องรู้จักค่าต่าง ๆ ของกล้องด้วย บทความนนี้เราจึงจะพามารู้จัก 3 ค่าพื้นฐานของกล้อง ที่ช่างถ่ายภาพมือใหม่ต้องรู้

ตัวผมเองไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพ หรือเป็นคนที่ถ่ายรูปได้ดีเลิศอะไร แต่ผมเองก็มีประสบการณ์ในด้านการใช้งานกล้องถ่ายภาพ มาพอสมควร จึงอยากนำความรู้เกี่ยวกับกล้องที่เคยได้ศึกษามา มาแบ่งปันให้ทุกคนได้รู้ เพื่อที่จะเป็นแนวทางของช่างภาพมือใหม่ทั้งหลาย

สำหรับคนที่ถ่ายภาพด้วยกล้องมาสักระยะหนึ่งแล้ว อาจเริ่มรู้สึกเบื่อ และไม่พอใจกับโหมดออโต้ของกล้องมากนัก บางสถานการณ์ต้องการถ่ายภาพที่ความเร็วสูง เช่น ภาพกีฬา แต่พอถ่ายโหมดออโต้ ภาพกลับเบลอเฉย บางครั้งแสงก็จ้าเกินไป มืดเกินไป

จากปัญหาเหล่านี้ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจการถ่ายภาพด้วยโหมด M หรือ Manual กันมากขึ้น เพราะเจ้าตัวโหมด Manual นี้ เราสามารถปรับค่าทุกอย่างได้ตามใจชอบ ประบแสงในที่มืดให้สว่างขึ้น ปรับสปีดชัตเตอร์ให้ไวขึ้นเมื่อถ่ายภาพกีฬา เรียกได้ว่าปรับแต่งภาพกันได้ตามใจชอบกันเลยทีเดียว

แต่ปัญหาหนึ่งของการใช้โหมดนี้ก็คือ ปรับไม่เป็น ไม่รู้จะปรับอะไรยังไง ค่าไหนคืออะไร ทำงานยังไง ทำให้ผู้เริ่มถ่ายภาพด้วยโหมด Manual งงไปตาม ๆ กัน ในบทความนี้ผมจะพาทุกท่านมารู้จักการปรับแต่งค่าพื้นฐานทั้ง 3 ของกล้อง นั้นก็คือ ISO Speed Shutter และรูรับแสง

1. ISO (ความไวแสง)

ค่า ISO หรือแปลไทย ก็คือ ค่าความไวแสง ISO ย่อมาจากคำว่า International Organisation for Standardsation เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันในหลากหลายวงการ ในวงการกล้อง ค่า ISO ตัวนี้จะหมายถึงค่าความไวของแสง ยิ่งค่าความไวแสงน้อย ภาพจะมืด และตรงกันข้ามยิ่งความไวแสงเพิ่มขึ้น ภาพก็จะยิ่งสว่าง

ยกตัวอย่าง

  • การถ่ายภาพในที่กลางแจ้ง อาจใช้ ISO ที่ 100-200 เพราะในพื้นที่โล่งกลางแจ้งนั้นมีแสงสว่างเพียงพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเพิ่มค่าความไวแสงมากเท่าไรนัก หากเพิ่มมากกว่านี้ อาจทำให้ภาพสว่างจ้า ขาวเกินไปได้
  • การถ่ายภาพกลางคืน ควรปรับ ISO ไปที่ 500 ขึ้นไปเพื่อให้ภาพสว่างขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่อง Noise

ข้อเสียของการเพิ่ม ISO สูงมาก คือ จะทำให้ภาพเกิด Noise หรือจุดรบกวนบนภาพ ภาพจะเริ่มเป็นจุด ๆ ทั่วทั้งภาพ

2. Speed Shutter

Speed Shutter ถ้าเรียกเป็นภาษาไทยก็คือ ความไวของชัตเตอร์ เป็นเรื่องของการทำงานของม่านที่จะมีการเปิด และปิดเพื่อรับแสงจากเลนส์มายังเซนเซอร์ภาพ ฟังดูอาจจะงง ๆ กันบ้าง ฉะนั้นเรามาดูเรื่องการใช้งานจริงดีกว่า

  • หากเราปรับค่าสปีดชัตเตอร์ต่ำ จะทำให้ภาพสว่างขึ้น แต่ถ้าถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหว จะทำให้ภาพเบลอ
  • หากเราปรับค่าสปีดชัตเตอร์สูง จะทำให้ภาพมือลง แต่ถ้าถ่ายวัตถุเคลื่อนไหว จะสามารถจับภาพได้ชัด

ยกตัวอย่าง

  • สปีดชัตเตอร์ต่ำ เหมาะกับการถ่าย ภาพที่วัตถุไม่เคลื่อนที่ ถ่ายกลางคืน
  • สปีดชัตเตอร์สูง เหมาะกับการถ่าย วัตถุที่มีการเคลื่อนไหว เช่น กีฬา แข่งรถ คนขยับ เป็นต้น

3. รูรับแสง(Apertrure)

ค่ารูรับแสงนี้ หลายคนอาจจะพอรู้มาบ้างว่า หากปรับรูรับแสงกว้าง ๆ ฉากหลังของภาพที่ได้ก็จะเบลอ สวยงาม ความจริงแล้วรู้รับแสง คือ รูที่อยู่ด้านหน้าของเลนส์กล้อง สามารถปรับให้กว้าง และแคบได้ ซึ่งเลนส์ก็แต่ละตัวจะให้ค่ารูรับแสงที่ต่างกันออกได้ สังเกตค่ารูรับแสงได้จากข้างเลนส์จะเขียนไว้ เช่น f1.5, f0.8 เป็นต้น

รูรับแสงหากปรับให้กว้างค่าจะยิ่งเยอะขึ้น หากปรับให้แคบค่าจะน้อยลง เช่น f0.8 คือ รูรับแสงแคบ f16 คือ รูรับแสงแคบ

  • รูรับแสงกว้าง แสงจะเข้าได้เยอะ ภาพจะสว่าง ฉากหลังจะเบลอมาก
  • รูรับแสงแคบ แสงจะเข้าได้น้อย ภาพจะมือด ฉากหลังจะไม่เบลอ

ตัวอย่างการใช้งานจริง

การใช้งาน ค่าพื้นฐานของกล้อง ขึ้นอยู่กลับสถานการณ์จริง ยืดหยุนได้ตลอดเวลา ทักษะแบบนี้ต้องฝึกบ่อย ๆ จึงจะชำนาญ และจะปรับเป็นเองอย่างอัตโนมัติ

  • การถ่ายภาพกีฬาฟุตบอล อาจจะปรับ ISO ที่ 100 Speed Shutter ที่ 1000 และรูรับแสงที่ f1.2 เป็นต้น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์จริง
  • การถ่ายภาพในโดมที่แสงน้อย อาจปรับ ISO ที่ 500 Speed Shutter ที่ 40 และรูรับแสงที่ f0.8 เป็นต้น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์จริง

ติดตามบทความอื่น ๆ ได้ ที่นี่