ไหว้พระทำบุญ ณ วัดหลวงพ่อโสธร @แปดริ้ว

วัดหลวงพ่อโสธร หรือชื่ออย่างเป็นทางการ ” วัดโสธรวรารามวรวิหาร “ เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองชาวจังหวัดฉะเชิงเทรามาอย่างยาวนาน เป็นแหล่งรวมของผู้คนมากมาย ทั้งผู้คนในจังหวัด และจากต่างจังหวัด ที่ทะยอยกันมาทำบุญที่วัดแห่งนี้อย่างมากมายในทุก ๆ วัน

เหตุผลหนึ่งที่ผู้คนต่างมาทำบุญกันที่วัดนี้อย่างมากมาย เพราะวัดแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธโสธรอันศักดิ์สิทธิ์ การมาสักการะองค์หลวงพ่อพุทธโสธรนั้นเป็นเป้าหมายสำคัญที่ผู้คนที่มาเที่ยวที่วัดแห่งนี้เลย หากมาถึงวัดหลวงพ่อโสธรแล้วไม่ได้มาสักการะองค์หลวงพ่อพุทธโสธรก็คงเรียกได้ว่า มาไม่ถึงที่นี่แน่นอน

หลวงพ่อพุทธโสธร
หลวงพ่อพุทธโสธร

ประวัติของวัดหลวงพ่อโสธร

วัดโสธรวรารามวรวิหาร เดิมมีชื่อว่า “วัดหงส์” มีหลักฐาน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยมีประวัติที่เล่าสืบทอดกันมายาวนาน และเมื่อเวลาผ่านไป แม่น้ำบางปะกงไหลกัดเซาะตลิ่งพังลงมา วัดหงส์จึงหมดไป จึงมีการสร้างวัดขึ้นใหม่

วัดนี้แต่เดิมเป็นวัดราษฎร์ สร้างขึ้นตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา ตามประวัตินั้นแต่แรกมีชื่อว่า “วัดหงส์” เพราะมี “เสาหงส์” อยู่ในวัด เป็นเสาสูงมียอดเป็นตัวหงส์อยู่บนปลายเสา ต่อมาหงส์บนยอดเสาหักตกลงมาเหลือแต่เสา และมีผู้เอาธงขึ้นไปแขวนแทน จึงได้ชื่อว่า “วัดเสาธง” ครั้นเมื่อเสาธงหักเป็นสองท่อน จึงเรียกชื่อใหม่ว่า “วัดเสาธงทอน” ส่วนชื่อ “วัดโสธร” อันมีความหมายว่า “บริสุทธิ์” และ “ศักดิ์สิทธิ์” นั้น เรียกตามพระนามของพระพุทธโสธร หรือหลวงพ่อโสธรซึ่งได้มาประดิษฐานในวัดนี้

ในภายหลังวัดโสธรได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีนามว่า “วัดโสธรวรารามวรวิหาร” เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2501

front-of-wat-sotorn
วัดหลวงพ่อโสธรด้านหน้า

ความจริงวัดโสธรแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปีใด ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่นอน เพียงแต่ทราบว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เท่านั้นเอง แล้วก็สร้างในสมัยเดียวกับหลวงพ่อบ้านแหลม ที่แม่กลองหรือสมุทรสงคราม ที่มีผู้คนบูชากราบไหว้ เพราะความศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน

เนื่องจากพระอุโบสถหลังเก่าของวัดมีสภาพทรุดโทรมและคับแคบ ซึ่งหลวงพ่อพุทธโสธรประทับอยู่ในโบสถ์หลังเก่าที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่นๆ 18 องค์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เสด็จพระราชดำเนินมาที่วัดแห่งนี้ ทรงมีพระราชปรารภเรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม ซึ่งพระจริปุณโญ ด. เจียม กุลละวณิชย์ (หลวงพ่อเจียม) อดีตเจ้าอาวาสจึงได้รวบรวมเงินบริจาค เพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่

in-church-wat-sotorn
วัดหลวงพ่อโสธร ในอุโบสถ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานการสร้าง และทรงเป็นผู้กำกับดูแลงานสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ลักษณะพระอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ พ.ศ. 2531 และทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ น้ำหนัก 77 กิโลกรัม ประดิษฐานเหนือยอดมณฑป เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จมาทรงตัดหวายลูกนิมิต เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549 นับเป็นที่ปลื้มปิติของชาวฉะเชิงเทรา อย่างหาที่เปรียบมิได้ ทั้งนี้ทุนทรัพย์ที่ใช้ในการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่นี้ เป็นเงินบริจาคจากประชาชนทั้งหมด ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินแต่ประการใด

การก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่สร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม โดยใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ เป็นงานที่มีความท้าทายเชิงวิศวกรรมอย่างยิ่ง เนื่องจากตำแหน่งที่ประดิษฐานขององค์พระนั้น เป็นตำแหน่งที่มีความเชื่อว่า เป็นตำแหน่งที่ทำให้บ้านเมืองฉะเชิงเทราเจริญรุ่งเรือง จึงมีข้อจำกัดในการก่อสร้างที่ว่า การก่อสร้างนี้จะต้องไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์ แม้แต่กระเบียดเดียว ทั้งทางราบ และทางดิ่ง (หมายถึงว่าจะยกขึ้นลงก็ไม่ได้) โดยต้องสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กครอบฐานชุกชี ติดตั้งเครื่องระบายอากาศ มีเครื่องวัดความชื้น และติดตั้งเครื่องวัด และควบคุมอุณหภูมิและความชื้น

ในส่วนของศิลปะภายในพระอุโบสถหลวงพ่อพุทธโสธร ประกอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยรอบ นับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดาน จะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์ เป็นเรื่องราวของสีทันดรมหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พรหมโลก ดวงดาว และโดยตำแหน่งของดวงดาวบนเพดาน กำหนดตำแหน่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2539 ณ เวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคำ เหนือมณฑปพระอุโบสถ และภาพของจักรวาลบนเพดานจะเป็นภาพเขียนประดับโมเสกสี จึงเป็นพระอุโบสถที่มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.sawasdee-padriew.com/8riew-watsothon.html

สำหรับเรื่องที่ห้ามบนกับหลวงพ่อโสธร นั้นก็คือ ห้ามบนเรื่องขอไม่ให้เป็นทหาร และเรื่องการขอบุตร เนื่องจากหลวงพ่อโสธรท่านชอบให้เป็นทหาร ส่วนคนที่มาขอบุตรมักจะได้บุตรที่มีร่างกายไม่ครบ 32 เนื่องจากท่านได้ส่งลูกหลานที่เป็นทหารบาดเจ็บ ล้มตาย มาให้นั่นเอง

หลังจากที่ไหว้พระทำบุญในอุโบสถกันจำอิ่มบุญแล้ว ก็สามารถที่จะมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ถ่ายรูปสวย ๆ เช็คอินในโซเชียล ในบริเวณรอบ ๆ อุโบสถได้ ซึ่งก็มีมุมสวย ๆ ให้ได้ถ่ายรูปอยู่มากมาย

วัดหลวงพ่อโสธร ด้านหลัง

ศาลานั่งพักผ่อนก็มีให้นั่งเด้อออ

ศาลานั่งเล่น

หรืออยากจะนั่งม้านั่งก็นั่งถ่ายรูป ติดพื้นหลังโบถส์เก๋ ๆ ได้นะงับบ

ม้านั่ง หลังวัดหลวงพ่อโสธร

มีน้อนหมาน้อย นอนหลับปุ๋ยอยู่หลังวัดด้วยนะ

สุนัขหลับ

เดินมาด้านหลังอีกสักนิด จะเจอกับโรงเจหลวงพ่อโสธร ที่เป็นสถาปัตยกรรมจีนอันน่าสะดุดตา เป็นโรงเจที่มีสองชั้น ด้านในก็จะมีเทพเจ้าต่าง ๆ ให้ได้ไหว้ขอพรกัน

โรงเจหลวงพ่อโสธร

ก่อนเข้าต้องถอดรองเท้าก่อนนะ จะมีชั้นวางรองเท้าอยู่ทางด้านขวามือ

ด้านหน้าโรงเจหลวงพ่อโสธร

ผนังของโรงเจก็จะเป็นภาพเขียนแบบจีน

ผนังโรงเจหลวงพ่อโสธร

เทพเจ้าด้านในมีให้กราบไหว้ทั้งหมด 16 จุด

พระโพธิสัตว์กวนอิมปางพันเนตรพันกร
พระกษิติครรภโพธิสัตว์

ไหว้เทพเจ้ากันครบทุกจุดแล้ว ก็อย่าลืมมาเติมน้ำมันตะเกียง เพื่อให้ชีวิตของเรา มีแสงสว่างในจิตใจและสติปัญญา ความคิด ขวดละ 30 บาท

เติมน้ำมันตะเกียง

เดินถัดมาจากโรงเจอีกสักนิด จะเจอกับจุดชมวิวแม่น้ำบางประกง ให้เราได้ชื่นชมบรรยากาศริมแม่น้ำ หรือจะนั่งพักผ่อนบริเวณนี้ก็ทำได้เช่นกัน

ริมแม่น้ำบางประกง
จุดนั่งชมวิว

นี่เป็นภาพบรรยากาศในช่วงเช้า ๆ ถ่ายภาพนี้มาประมาณ 8 โมง

วิวแม่น้ำบางประกง

จะให้อาหารปลา หรืออาหารนกก็ได้เช่นกัน นกพิราบเยอะมาก โยนอาหารทีนี่มากันทั้งฝูงเลยทีเดียว

ให้อาหารนก

ก่อนที่จะกลับบ้าน ออกจากวัดมาทางด้านหน้าของวัดก็มีตลาดให้ได้ซื้อของฝาก มีทั้งของคาว ของหวาน และอื่น ๆ แต่ที่ขึ้นชื่อของที่นี่เลยก็คงจะเป็น “ขนมจาก”

ตลาดหน้าวัดหลวงพ่อโสธร
ตลาดหน้าวัดหลวงพ่อโสธร

การเดินทาง

วัดหลวงพ่อโสธร อยู่ติดถนนเทพคุณากร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา สำหรับคนที่มีรถของตัวเอง สามารถดูเส้นทางได้โดยคลิก ที่นี่ เลย

แต่สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือต้องการใช้บริการรถสาธารณะ ก็สามารถที่จะนั่งรถสองแถวสีเหลืองจาก สถานีขนส่งฉะเชิงเทรา หรือจากสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา มาลงที่วัดหลวงพ่อโสธรได้

สามารถติดตามบทความใหม่ ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้ ที่นี่ เลยจ้าาา